119203013 2449677365333121 3439030908991327289 n

 

 

       กรมปศุสัตว์เจ้าภาพหลักจับมือหน่วยงานภาคีเครือข่ายแถลงข่าวร่วมจัดกิจกรรมวันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลก (World Rabies Day 2020) กำหนดจัดงานในวันที่ 28 กันยายน 2563 ภายใต้แนวคิด “End Rabies: Collaborate, Vaccinate (ร่วมกันกำจัดโรคพิษสุนัขบ้า ด้วยการพาสัตว์เลี้ยงมาทำวัคซีน)” วันที่ 17 กันยายน 2563 เวลา 10.00 น.
       นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วยนายแพทย์อนุพงค์ สุจริยากุล ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค นายทวี เสริมภักดีกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผศ.น.สพ.ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รศ.ดร.สพ.ญ.วลาสินี ศักดิ์คำดวง คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมแถลงข่าวการจัดกิจกรรมในวันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลก (World Rabies Day 2020) ที่กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 28 กันยายน 2563 โดย ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.กษ. เป็นประธานเปิดงาน ณ โรงแรมพลูแมน วัตถุประสงค์เพื่อเป็นการกระตุ้นปลูกจิตสำนึกของประชาชนให้ป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า และสร้างความรับผิดชอบต่อสัตว์เลี้ยง “เลี้ยง รัก รับผิดชอบ”
นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า การดำเนินงานของกรมปศุสัตว์จะมุ่งเน้นการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ ปี 2563 นี้พบโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์จำนวน 173 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 2.94 ของตัวอย่างทั้งหมด 5,884 ตัวอย่าง จากข้อมูล 
Thairabies.net พบว่าสถานการณ์การเกิดโรคในสัตว์ย้อนหลังสามปีลดลงอย่างต่อเนื่อง กรมปศุสัตว์มีเป้าหมายสำคัญคือ การสร้างพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้าทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีจังหวัดที่สามารถสร้างพื้นที่ปลอดโรคได้ทั้งหมด 17 จังหวัด (แพร่, แม่ฮ่องสอน, ชุมพร, ตราด, นครนายก, นครปฐม, นราธิวาส, บึงกาฬ, พังงา, ลำปาง, ลำพูน, สกลนคร, สิงห์บุรี, สุโขทัย, หนองบัวลำภู, อ่างทอง และอุตรดิตถ์) และในปีนี้กรมปศุสัตว์ได้รับเกียรติให้เป็นเป็นเจ้าภาพในการจัดงานวันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลก โดยเน้นการมีส่วนร่วมของผู้เข้าชม และการส่งต่อองค์ความรู้ไปสู่บุคคลรอบข้าง เพื่อเป็นการกระตุ้นปลูกจิตสำนึกของประชาชนให้ป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า และสร้างความรับผิดชอบต่อสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ กรมปศุสัตว์ร่วมกับสัตวแพทยสภา สมาคมสัตวแพทย์ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ สัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยได้จัดทำคู่มือเวชปฏิบัติเรื่องโรคพิษสุนัขบ้าสำหรับคลินิกและโรงพยาบาลสัตว์อีกด้วย
      นายแพทย์อนุพงค์ สุจริยากุล ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ภารกิจหลักของกรมควบคุมโรค จะรับผิดชอบในการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและดูแลรักษาโรคพิษสุนัขบ้าในคน โดยมีเป้าหมายที่สำคัญคือ การป้องกันไม่ให้มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าอย่างยังยืน ซึ่งโรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนหลังสัมผัสโรค ดังนั้นจึงผลักดันให้ผู้ถูกสัตว์กัดหรือข่วนทุกราย เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้ครบชุดตามที่แพทย์นัด โดยประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงการฉีดวัคซีนและมีวัคซีนเพียงพอต่อความต้องการ ด้วยหลักการ “ฉีดได้ทุกเข็ม เข้าถึงทุกสิทธิ์”นายทวี เสริมภักดีกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีภารกิจในการขับเคลื่อน 3 กิจกรรมหลัก ประกอบด้วย การพัฒนาศักยภาพบุคลากรท้องถิ่นในการป้องกันควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า, การประกวดตามโครงการ Thailand Rabies Awards 2020 เพื่อเชิดชูเกียรติ อปท. ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นในการควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า และการตรวจติดตามการดำเนินงานของ อปท. ในพื้นที่ต่างๆ ที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในการควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าผศ.น.สพ.ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารีฯ มีแผนการดำเนินการต่อในปี 2564-2568 เน้นการบรูณาการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้าทั้งในคนและในสัตว์
        รศ.ดร.สพ.ญ.วลาสินี ศักดิ์คำดวง คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยได้ให้ความสำคัญในการป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า โดยได้ดำเนินการศึกษาวิจัยและประชาสัมพันธ์ความรู้เกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้าให้กับประชาชน อีกทั้ง ในปี 2564 มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพการจัดงานวันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลกต่อจากกรมปศุสัตว์ด้วย กรมปศุสัตว์จึงขอเชิญชวนประชาชน ร่วมกิจกรรมในวันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลก (World Rabies Day) ผ่านระบบออนไลน์ ได้ตลอดเดือนกันยายน ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ มีการถ่ายทอดสดออนไลน์ Live Streaming ภายใต้แนวคิด “End Rabies: Collaborate, Vaccinate" “ร่วมกันกำจัดโรคพิษสุนัขบ้า ด้วยการพาสัตว์เลี้ยงมาทำวัคซีน” กำหนดจัดงานในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563 ระหว่างเวลา 9.30 - 17.00 น. ผ่าน 3 ช่องทาง คือ แฟนเพจ : วันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลก : World Rabies Day 2020, Youtube : WRDThai2020 และ 
www.WRD2020Thailand.com  ณ ตึกอำนวยการ กรมปศุสัตว์

 

 

cr. Facebook: กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 

538877

 

                เมื่อวันพุธที่ 2 กันยายน 2563 สำนักควบคุม ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ ได้ดำเนินการจัดกิจกรรม “KM Sharing day ๒๐๒๐” ในหัวข้อ “เตรียมพร้อมโรคใหม่ใกล้มา Lumpy skin disease” โดยมี นายธนวัฒน์ พันธุ์สนิท  ผู้อำนวยการสำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์ เป็นประธาน ร่วมด้วย นายประสิทธิ์ ชัยทวีทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันและควบคุมโรคไวรัสในสัตว์ปีก เป็นประธานคณะกรรมการจัดการความรู้ ของสำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์   

               โดย สัตวแพทย์หญิงวรุณศิริ เจริญลาภ เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ ในหัวข้อ “เตรียมพร้อมโรคใหม่ใกล้มา Lumpy skin disease” มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บุคลากรของสำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์ มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรค และการป้องกันโรค Lumpy skin disease ซึ่งเป็นโรคที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน และมีโอกาสเกิดในประเทศไทยได้ในอนาคต ซึ่งได้จัดขึ้น ณ ห้องประชุมสำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์

   

  

 

 

 

0001

     วันที่ 16 กันยายน 2563 เวลา 10.00 น. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มอบรางวัลเลิศรัฐประจำปี พ.ศ. 2563 โดยในปีนี้ กรมปศุสัตว์ได้รับรางวัลเลิศรัฐ รวมทั้งสิ้น 3 รางวัล โดย สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) มอบรางวัลเลิศรัฐให้หน่วยงานของรัฐที่มีผลงานการพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการ และการให้บริการประชาชนอย่างโดดเด่น
          ทั้งนี้. นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์เศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ ร่วมรับรางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ 4.0 ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้หน่วยงานภาครัฐที่มีผลการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการได้มาตรฐานสากล เพื่อนำพาองค์การให้ก้าวสู่ความเป็นเลิศ
          นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ และนายธนวัฒน์ พันธุ์สนิท ผู้อำนวยการสำนักควบคุม ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ ร่วมรับรางวัลบริการภาครัฐ ประเภทนวัตกรรมการบริการ ระดับดี ผลงาน “e-smart plus ระบบการประเมินความเสี่ยงฟาร์มสุกรกับการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรค อหิวาห์แอฟริกาในสุกร”
          นายสุรเดช สมิเปรม รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ และนายณรงค์ เลี้ยงเจริญ ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ร่วมรับรางวัลบริการภาครัฐ ประเภทพัฒนาการบริการ ระดับดี ผลงาน “การผลิตพ่อโคนมทรอปิคอลโฮลสไตน์”
          นายสัตว์แพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวว่า นับเป็นเกียรติยศของกรมปศุสัตว์ อย่างแท้จริงที่ได้มุ่งมั่นปฏิบัติราชการ และพัฒนายกระดับคุณภาพการให้บริการเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจนการเปิดโอกาสให้ประชาชนและภาคส่วนต่างๆ ได้มีส่วนร่วมในการดำเนินการ ประกอบกับข้าราชการเจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ทุกคนมีความอดทน ตั้งใจ เพียรพยายาม ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จ มีความเป็นเลิศแห่งหน่วยงานรัฐทั้งปวง
           กรมปศุสัตว์รู้สึกภาคภูมิใจในการดำเนินงานเคียงข้างเกษตรกร พัฒนางานด้านปศุสัตว์ พัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพ และขับเคลื่อนการปศุสัตว์ไทย ไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน
ณ ห้องรอยัล จูบีลี่ บอลลูม อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

 

 

 

 

cr.ภาพ ธงชัย สาลี สลก   / เนื้อหาข่าว : สำนักงานเลขานุการกรม

1

 

วันที่ 3 สิงหาคม 2563 เวลา 14.30 น.

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานการประชุมสถานการณ์การเกิดโรคและมาตรการการดำเนินงานควบคุมโรคระบาดในสัตว์ พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้อำนวยการสำนักควบคุม ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ ผู้อำนวยการกองสารวัตรและกักกัน และปศุสัตว์เขต 1-9 และปศุสัตว์จังหวัดทั้ง 77 จังหวัด (ผ่านระบบทางไกล conference) เพื่อเร่งติดตามและสั่งการให้ทุกพื้นที่ดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรค สืบสวนโรคทุกกรณีตามหลักการระบาดวิทยาและรายงานทุกวัน ให้ทันสถานการณ์และลงพื้นที่สืบหาสาเหตุเร่งแก้ปัญหาโดยเร็ว "รู้เร็ว คุมเร็ว สงบโรคได้เร็ว" โดยให้ทุกพื้นที่มีความเข้าใจในการปฏิบัติงานและดำเนินงานเป็นทิศทางเดียวกัน

เนื่องด้วยสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง ฝนตก ส่งผลให้สัตว์เครียด มีภูมิคุ้มกันต่ำ ป่วยง่าย มีแนวโน้มการเกิดโรคระบาดในสัตว์สูงขึ้น จึงให้ทุกพื้นที่เร่งดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรคอย่างเข้มงวดในการควบคุมโรคระบาดในสัตว์ต่างๆ ดังนี้

  1. โรคปากและเท้าเปื่อย (Foot and Mouth disease: FMD) ให้เฝ้าระวัง สืบสวนโรคทางระบาดวิทยาอย่างเร่งด่วน รายงานทุกวัน ประชาสัมพันธ์การป้องกัน การทำวัคซีน ควบคุมการเคลื่อนย้าย และค้นหาสัตว์ป่วย เก็บตัวอย่างทางห้องปฏิบัติการในทุกพื้นที่เกิดโรค เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง สามารถแก้ไขได้ทันท่วงที ควบคุมโรคได้เร็ว
  2. โรคเฮโมรายิกเซปทิกซีเมีย (โรคคอบวม) เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ระบาดรุนแรงในโคและกระบือ ให้ควบคุมการเคลื่อนย้าย ป้องกันการลักลอบ การประชาสัมพันธ์ การทำวัคซีนให้ครอบคลุม เตรียมความพร้อมด้านเวชภัณฑ์ยาปฏิชีวนะในการรักษา การทดสอบความไวของยาในการรักษาโรค (Drug Sensitivity) โดยจากผลการทดสอบพบว่ายาที่มีความไวในการรักษาได้ผล คือ Ceftriazone, Enrofloxacin, Ampicilin และ Gentamycin การเร่งเก็บตัวอย่างและสืบสวนโรคในทุกกรณีทันที และให้รายงานสถานการณ์อัฟเดตรายวัน
  3. โรคในสัตว์ปีก ให้เฝ้าระวังการเกิดโรคทั้ง โรคไข้หวัดนก โรคนิวคาสเซิล โรคขี้ขาว ให้ลงพื้นที่ติดตามอย่างเคร่งครัด รายงานทุกวัน
  4. โรคในสุกร ได้แก่ โรคปากและเท้าเปื่อย โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever: ASF) ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทยและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างมาก จากความร่วมมือกันทุกภาคส่วนที่ประเทศไทย สามารถป้องกันการเกิดโรค ASF ในประเทศไทยได้อย่างเข้มงวดอย่างต่อเนื่อง วันที่ 4 สค. 63 นี้ ครบเป็นระยะเวลา 2 ปีเต็ม
  5. โรคอุบัติใหม่ โรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า (African Horse Sickness: AHS) ให้เร่งควบคุมโรค สืบสวนหาสาเหตุและรายงานทุกวัน เพื่อควบคุมสถานการณ์ขอคืนสถานะปลอดโรคจากองค์การสุขภาพสัตว์โลกโดยไว โดยขณะนี้อยู่ในระยะที่ 1 ระยะเผชิญเหตุ
  6. โรคในสัตว์เลี้ยง โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) ในทุกพื้นที่เร่งดำเนินการฉีดวัคซีนควบคุมโรค ดำเนินการตามมาตรการ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ปลอดจากโรคพิษสุนัขบ้า โดยในปี 2563 นี้ กรมปศุสัตว์ เป็นเจ้าภาพในการจัดงานวันพิษสุนัขบ้าโลก World Rabies Day 2020 ด้วย
  7. การเตรียมความพร้อมการช่วยเหลือการเกิดอุทกภัย ให้ทุกพื้นที่ มีแผนเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือเกษตรกร ทั้งด้านการอพยพเคลื่อนย้ายสัตว์ เสบียงอาหารสัตว์ ความพร้อมด้านวัสดุอุปกรณ์ ยานพาหนะ และด้านบุคลากร สามารถทำการช่วยเหลือทันทีเมื่อเกิดเหตุ

ทั้งนี้ อธิบดีกรมปศุสัตว์ได้สั่งการเข้มให้ทุกพื้นที่เร่งดำเนินการตามมาตรการควบคุม เฝ้าระวัง และกำจัดโรค เน้นการสืบสวนทางระบาดวิทยาทุกกรณี เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ลงพื้นที่แก้ปัญหาได้ทันที รายงานสถานการณ์การเกิดโรคอัฟเดตในทุกวัน ประชาสัมพันธ์การป้องกันและควบคุมโรค พยากรณ์และคาดการณ์ระยะเวลาการควบคุมโรค และที่สำคัญที่สุดคือความร่วมมือสร้างเครือข่ายในพื้นที่ในการปฏิบัติงาน เพื่อให้การดำเนินงานในการควบคุมโรคตามมาตรการที่กำหนดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดผลกระทบต่อเกษตรกรน้อยที่สุด ตามหลัก "รู้เร็ว คุมเร็ว สงบโรคได้เร็ว"

ณ ห้องประชุมพระพิรุณ ตึกอำนวยการ กรมปศุสัตว์

 

 

ที่มาของข้อมูล : ทีมโฆษกกรมปศุสัตว์  ข่าวปศุสัตว์