193920041 2633133936987462 5498212511500564432 n

วัคซีนโรคลัมปี สกิน ล๊อตแรก 60,000 โดส บินถึงเมืองไทย ก่อนตามมาอีก 3 แสนโดส เร็ว ๆนี้“เฉลิมชัย” สั่งเด็ดขาดอย่าช้า โค-กระบือในพื้นที่ระบาด ต้องได้วัคซีนก่อน
วันนี้ ( 30 พ.ค. 64) เวลา 17.00 น. ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางมายังอาคารสำนักงานเขตปลอดอากร ชั้น1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อร่วมในพิธีรับมอบวัคซีนโรคลัมปี สกิน จากประเทศแอฟริกาใต้ โดยมีนายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวรายงาน พร้อมให้การต้อนรับร่วมกับผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งนี้ สายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบิน EK766/EK384 เส้นทางโยฮันเนสเบิร์ก-กรุงเทพฯ ได้นำวัคซีนโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin Vaccine : LSDV) จำนวน 60,000 โดส ที่บรรจุในคอนเทนเนอร์ชนิดปรับควบคุมอุณหภูมิ ออกจากเดินทางจากประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา ในเวลา 19.10 น. ก่อนแวะพักที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเดินทางออกจากเมืองดูไบ ในวันที่ 30 พ.ค. เวลา 02.50 น. มาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในเวลา 12.15 น. ของวันนี้ เมื่อมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่สนามบินได้ลำเลียงวัคซีนเข้าสู่คลัง และจัดเก็บภายในห้องควบคุมอุณหภูมิตามมาตรฐาน พร้อมดำเนินการตามพิธีการศุลกากร พร้อมกันนี้หลังจากพิธีรับมอบวัคซีนแล้ว ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานได้ทำพิธีปล่อยรถขนส่งวัคซีน พร้อมเวชภัณฑ์ยา และทีมสัตวแพทย์ออกปฎิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันโรคลัมปี สกิน ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ได้รับผลกระทบ
ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการนำเข้าวัคซีนโรคลัมปี สกิน ด้วยเป็นโรคอุบัติใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งพบการติดเชื้อครั้งแรกในโคเนื้อของเกษตรกรที่อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อต้นเดือนมีนาคม 2564 ที่ผ่านมา และได้แพร่กระจายของโรค โดยมีแมลงเป็นพาหะ ไปยังโค-กระบือของเกษตรกรในจังหวัดต่าง ๆ ถึง 35 จังหวัด มีสัตว์ป่วยรวม 7,200 ตัว และตาย 53 ตัว จากสถานการณ์ระบาดของโรคลัมปี สกิน ที่เกิดขึ้นนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้มีความห่วงใยและกำชับให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาการระบาดให้สำเร็จโดยเร็ว
“การใช้วัคซีนควบคุมโรค เป็น 1 ใน 5 มาตการที่สำคัญของการควบคุมการระบาดที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการ โดยมอบหมายให้กรมปศุสัตว์จัดหาและสั่งซื้อวัคซีน ซึ่งกรมปศุสัตว์สามารถสั่งซื้อวัคซีน LSDV จำนวน 60,000 โดสได้จาก บริษัท Intervet International B.V. ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีโรงงานผลิตอยู่ที่ประเทศแอฟริกาใต้ และนำมาสู่การรับมอบในวันนี้
ดร.เฉลิมชัย กล่าวต่อไปว่า วัคซีน LSDV ล๊อตแรกจำนวน 60,000 โดสที่ได้รับในวันนี้ จะนำไปฉีดให้กับโคกระบือของเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดเป็นหลักก่อน โดยต้องฉีดรอบจุดเกิดโรคเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของโรค และเป็นไปตามหลักวิชาการ ซึ่งตนได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์รีบดำเนินการโดยเร็วที่สุด เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้เกษตรกรพร้อมกันนี้ยังได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์ดำเนินการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมอีกจำนวน 300,000 โดส เพื่อให้เพียงพอ และเพื่อสร้างความมั่นคงด้านวัคซีนของประเทศไทย
“ที่สำคัญต้องขอฝากเรียนถึงพี่น้องเกษตรกรทุกคนที่กำลังประสบความเดือดร้อนว่า การฉีดวัคซีนโรคลัมปี สกินให้กับโคกระบือนี้ เป็นมาตรการช่วยเหลือของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น โค กระบือทุกตัวในพื้นที่การระบาด จะได้รับการฉีดให้ฟรี ดังนั้นหากพบการเรียกร้องค่าใช้จ่าย ขอให้แจ้งมาที่ตนโดยตรง จะดำเนินการจัดการด้วยมาตรการขั้นเด็ดขาด ”
“ส่วนความคืบหน้าในการดำเนินการแก้ไขปัญหาจนถึงขณะนี้นั้น ด้วยการทำงานอย่างทุ่มเทของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์ สามารถควบคุมการระบาดของโรคลัมปี สกินให้อยู่ในวงจำกัดได้แล้ว โดยนายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ รายงานตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม เป็นต้นมา ยังไม่มีรายงานการกระจายหรือการระบาดเพิ่มในจังหวัดใหม่” ดร.เฉลิมชัยกล่าว
ดร.เฉลิมชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า แต่อย่างไรก็ตาม การดำเนินมาตรการควบคุมป้องกันทั้ง 5 มาตรการ ได้แก่ หนึ่ง ควบคุมการเคลื่อนย้ายโค-กระบือ เพื่อลดการแพร่กระจายของโรค และปฏิบัติตามแนวทางการเคลื่อนย้ายอย่างเคร่งครัด สอง การเฝ้าระวังการเกิดโรคอย่างใกล้ชิด เน้นการรู้โรคให้เร็ว ควบคุมได้ทัน โรคสงบได้อย่างรวดเร็ว สาม การป้องกัน และควบคุมแมลงพาหะนำโรค ให้เกษตรกรป้องกันโดยใช้สารกำจัดแมลงทั้งบนตัวสัตว์ และบริเวณโดยรอบฟาร์ม ทั้งในพื้นที่ระบาดของโรคและพื้นที่เสี่ยง สี่ การรักษาสัตว์ป่วยตามอาการ และ ห้า การใช้วัคซีนควบคุมโรค ยังต้องดำเนินการอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง เพื่อให้การระบาดสงบโดยเร็วที่สุด และไม่เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต
ด้าน นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแผนการกระจายวัคซีนโรคลัมปี สกิน ตลอดจนมาตรการชดเชยเยียวยาเกษตรกร ขณะนี้ คณะกรรมการอำนวยการ และคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการป้องกัน ควบคุม และเตรียมความพร้อมเผชิญเหตุโรคลัมปี สกิน หรือ War room ได้มีการวางแผนไว้เป็นที่เรียบร้อย และจะสามารถดำเนินการได้ทันที เมื่อได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อน จึงจะสามารถนำมาใช้ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อความปลอดภัยของสัตว์ที่ได้รับวัคซีน คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน ซึ่งเมื่อทุกอย่างพร้อมกรมปศุสัตว์จะเร่งดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับโค-กระบือของเกษตรกรในทันที
“ ขณะนี้กรมปศุสัตว์ได้จัดให้มีกิจกรรม Kick off รณรงค์ป้องกันและกำจัดโรคลัมปี สกิน โดยดำเนินการร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด และองค์การบริหารส่วนจังหวัดในทุกจังหวัด ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 – 26 พ.ค. 2564 ได้จัดกิจกรรมขึ้นที่จังหวัดขอนแก่น สกลนคร และมุกดาหาร โดยมีนายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี การ Kick off รณรงค์ป้องกันและกำจัดโรคลัมปี สกิน มีกิจกรรมที่ประกอบด้วยการปล่อยขบวนสัตวแพทย์เคลื่อนที่ หน่วยพ่นยาทำลายเชื้อโรค แจกและพ่นสารเคมีกำจัดแมลงที่เป็นพาหะ แจกยารักษาแผลภายนอก ยาบำรุง แร่ธาตุ ตลอดจนให้ความรู้ความเข้าใจโรคและการป้องกันให้กับพี่น้องเกษตรกร” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวทิ้งท้าย
ณ เขตปลอดอากร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
 

 

ที่มา : สำนักควบคุม ปเองกัน และบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์

S 8470600

อธิบดีกรมปศุสัตว์เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาโรคลัมปี สกิน เพือติดตามสถานการณ์ กำชับนโยบายการควบคุมป้องกัน และกำหนดแนวทางการใช้วัคซีนตามหลักวิชาการ

    เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) ครั้งที่ 1/2564 ซึ่งคณะกรรมการนี้ประกอบด้วยทุกภาคส่วนจากภาครัฐและเอกชน คณาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันอุดมศึกษา องค์กรวิชาชีพ และเกษตรกร ร่วมประชุม เพื่อติดตามสถานการณ์ และแนวทางการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรค และกำหนดแนวทางการใช้วัคซีน และได้ชี้แจงกรณีที่มีข่าวเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนว่า กรมปศุสัตว์ไม่สามารถควบคุมการระบาดของโรคลัมปี สกิน ในโคกระบือของเกษตรกรนั้น ต้องขอชี้แจงว่า เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงทั้งหมด เพราะตั้งแต่พบว่า โคเนื้อของเกษตรกรที่ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด มีอาการป่วยคล้ายกับโรคลัมปี สกิน กรมปศุสัตว์ได้ลงพื้นที่ พร้อมเก็บตัวอย่างมาตรวจสอบในห้องปฏิบัติการจนมีผลยืนยันในช่วงปลายเดือนมีนาคมว่าโคป่วยด้วย โรคลัมปี สกินจริง ช่วงรอผลตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการนั้นได้มีการดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อควบคุมและแก้ไข เข้มงวดการเฝ้าระวัง และมาตรการป้องกันและควบคุมโรค กรณีสงสยโรคลัมปี สกิน เป็นต้น โดยในการดำเนินการนั้นได้รายงานให้ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายประภัตร โพธสุธนรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีความห่วงใยและติดตามสถานการณ์รับทราบอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดจากการประชุม คณะกรรมการบริหารการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคเกษตร ครั้งที่ 4/2564 เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2564 ที่ผ่านมาที่มี ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน ได้มีข้อสั่งการให้ กรมปศุสัตว์เร่งควบคุมต้นตอของการระบาดของโรคลัมปี สกิน โดยให้เข้มงวดเรื่องการเคลื่อนย้ายสัตว์ โดยเฉพาะการลักลอบเคลื่อนย้ายสัตว์ตามแนวชายแดนทุกแห่ง ดังนั้นหากพบผู้กระทำผิดให้ดำเนินการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด แต่หากปล่อยปละละเลยให้มีการลักลอบเคลื่อนย้าย และเกิดการแพร่ระบาดของโรคเพิ่มขึ้น จะดำเนินการทางวินัยโดยเด็ดขาด

     ทั้งนี้ อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวเพิ่มเติมว่า พร้อมกันนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการอำนวยการ และคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการป้องกัน ควบคุม และเตรียมความพร้อมเผชิญเหตุโรคลัมปี สกิน หรือ War room เพื่อทำหน้าที่ติดตาม สถานการณ์โรคระบาด วางแผนมาตรการควบคุมโรค วางแผนการกระจายวัคซีน การป้องกันกำจัดโรค ตลอดจนมาตรการชดเชยเยียวยาเกษตรกรตามมาตรการการช่วยเหลือ และขอขอบคุณองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นหลายท้องถิ่นที่ช่วยดำเนินการฉีดพ่นสารเคมีควบคุมแมลงดูดเลือดซึ่งเป็นพาหนะของโรคลัมปี สกิน

    "ส่วนกรณีของวัคซีน ด้วยโรคลมปี สกิน เป็นโรคอุบัติใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในประเทศไทย จึงยังไม่เคยมีการใช้ วัคซีนในสัตว์สำหรับควบคุมและป้องกันโรคในประเทศมาก่อน ขณะนี้กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการสั่งซื้อวัคซีนจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีแหล่งผลิตในประเทศแอฟริกาใต้ รวม 60,000 โดส และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการประสานงานจัดส่งวัคซีน หลังจากวัคซีนเข้ามาถึงประเทศไทยแล้ว จะต้องดำเนินการขอหนังสือรับรองรุ่นการผลิต จากสำนักงานคณะกรรมการอาหาร และยา จึงจะสามารถนำมาใช้ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ กรมปศุสัตว์กำลังดำเนินการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมอีก ประมาณ 300,000 โดส เพื่อการควบคุมโรคและเพื่อความมั่นคงด้านวัคซีนของประเทศไทย”

    สถานการณ์การเกิดโรคล่าสุด ปัจจุบันพบใน 35 จังหวัด มีสัตว์ป่วย จำนวน 7,200 ตัว ตาย 53 ตัว และที่สำคัญสามารถควบคุมการระบาดให้อยู่ในวงจำกัด โดยตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค.เป็นต้นมา ยังไม่มีรายงานการกระจายหรือการระบาดเพิ่มในจังหวัดใหม่ ดังนั้น ขอฝากถึงเกษตรกร หากมีข้อสงสัย หรือต้องการได้รับความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่ สำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ (สคบ.) หรือสายด่วนแจ้งโรคระบาดกรมปศุสัตว์ call center 063-225-6888 หรือแจ้ง ผ่านแอปพลิเคชั่น DLD4.0 “แจ้งการเกิดโรคระบาด” ได้ตลอดเวลา และสามารถติดตามองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่เกี่ยวของ ได้ที่ เว็บไซต์ https://sites.google.com/view/dldlsd/home

ที่มา : ทีมโฆษกกรมปศุสัตว์ (25 พ.ค 2564) ข่าวปศุสัตว์

297964

รับมือ ลัมปี้ สกิน ฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากเท้าเปื่อยรอบ 2 และเฝ้าระวังโรคตามแผนประจำปี 2564

      วันที่ 21 พฤษภาคม 2564 หน่วย HHU ชุมพร ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงาน ปศุสัตว์อำเภอปะทิว และศูนย์วิจัยการผสมเทียมและเทคโนโลยีชีวภาพสุราษฎร์ธานี ฉีดวัคซีนป้องกันโรค FMD รอบ 2/64 และเก็บตัวอย่างเลือด ซีรั่ม เฝ้าระวังโรคตามแผนและกิจกรรมสำรวจความชุกโรคบรูเซลลาในโคนม ประจำปีงบประมาณ 2564 จังหวัดชุมพร จำนวน 106 ตัว ให้กับฟาร์มโคนมของนายมนัส ขยายแย้ม พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการเฝ้าระวังโรคและกำจัดแมลงระบาดพาหะนำโรค ลัมปี้ สกิน ที่เริ่มมีการระบาดในพื้นที่ใกล้เคียง

      ในช่วงบ่ายได้เข้าพบนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลชุมโค ร่วมกับรักษาการปศุสัตว์อำเภอปะทิว เพื่อขอสนับสนุนเครื่องพ่นยาฆ่าแมลงและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานกำจัดแมลงและแหล่งเพาะพันธุ์ให้กับฟาร์มโคนมของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้เลี้ยงโคนมชุมโค ในวันจันทร์-อังคาร ที่ 24-25 พฤษภาคม ที่จะถึงนี้

      โดยในวันนี้การจัดการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคลัมปี สกิน ในโคเนื้อของ อ.ปะทิว สนง.ปศอ.ปะทิว ร่วมกับด่านกักกันสัตว์ชุมพร และองค์การบริหารส่วนตำบลเขาไชยราช และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 ตำบลเขาไชยราช ได้เข้าฉีดพ่นยาฆ่าแมลงและน้ำยาฆ่าเชื้อให้กับเกษตรกรในจุดเกิดโรค และบริเวณฟาร์มใกล้เคียง จำนวน 5 ราย และในพื้นที่ ม.2 บางสน จำนวน 1 ราย นอกจากนี้ยังได้จัดประชุมกลุ่มย่อยเพื่อประชาสัมพันธ์ สร้างการตระหนักรู้ สู้โรคลัมปี สกิน ให้กับเกษตรกรหมู่ที่ 9 ตำบลเขาไชยราช จำนวน 25 ราย อีกด้วย

 

รายงานโดย: หน่วย HHU ชุมพร สำนักงานปศุสัตว์เขต 8 กรมปศุสัตว์

7191

     วันที่20พ.ค.2564 นายจรูญ ชูเกียรติวัฒนา ปศุสัตว์จังหวัดลพบุรี ได้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนและให้ความรู้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมโดยการประชุมออนไลน์ผ่านWeb Conference ไปยังสหกรณ์และศูนย์รับน้ำนมดิบทั้ง14แห่งในจังหวัดลพบุรีเพื่อชี้แจงแนวทางการป้องกันและควบคุมโรค”ลัมปี สกิน”ในโคนม
     โรคลัมปี สกิน มีสาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัส เป็นโรคที่เกิดเฉพาะในโค กระบือไม่เป็นโรคที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยเชื้อไวรัสชนิดนี้ก่อโรคตามอวัยวะที่มีเซลล์เยื่อบุ มีลักษณะอาการที่สังเกตได้คือ พบตุ่มเนื้อบนผิวหนังและเยื่อเมือกทั่วร่างกาย ซึ่งต่อมาจะตกสะเก็ดและเป็นแผลหลุม สัตว์อาจมีไข้และหายใจลำบากร่วมด้วย โดยในโคนมอาจพบนำ้นมลดลง25-65เปอร์เซนต์ โรคนี้มีแมลงดูดเลือด เช่น เห็บ แมลงวันดูดเลือดและยุงเป็นพาหะที่สำคัญในการแพร่กระจายเชื้อนอกจากนี้ยังสามารถติดต่อได้ผ่านการสัมผัสสัตว์ป่วยโดยตรง ผ่านทางนำ้เชื้อหรือผ่านทางรกได้ในปัจจุบันมีการรายงานการเกิดโรคนี้ในหลายจังหวัดของประเทศไทย ดังนั้นจังหวัดลพบุรีจึงยกระดับการป้องกันโรค“ลัมปี สกิน” โดยดำเนินการตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรคของกรมปศุสัตว์อย่างเข้มงวด โดยเน้นการดำเนินการใน5มาตรการหลักที่สำคัญ 1.เร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์เกษตรกรให้รับรู้ลักษณะของโรคและสถานการณ์การระบาดของโรค 2.เข้มงวดการควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง 3.เน้นขอความร่วมมือจากพ่อค้าสัตว์ เกษตรกรงดการซื้อขายโค-กระบือ ที่มาจากเเหล่งที่เกิดโรคหรือจากพื้นที่ในรัศมี50กม.รอบจุดเกิดโรค 4.สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลพบุรีระดมกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมบูรณาการกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอทั้ง11อำเภอของจังหวัดลพบุรี, ด่านกักกันสัตว์ลพบุรี สหกรณ์/ศูนย์รับน้ำนมดิบทุกแห่งในจังหวัด, หน่วยHHU ,ท้องถิ่นฯลฯ ออกปฏิบัติงานป้องกันและควบคุมแมลงพาหะนำโรค โดยใช้สารกำจัดแมลง โดยการจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่เข้าไปดำเนินการฉีดพ่นสารกำจัดแมลงซึ่งเป็นพาหะของโรคบริเวณคอกสัตว์ แนะนำเกษตรกรปรับภูมิทัศน์โดยรอบฟาร์มให้โปร่งโล่งไม่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของแมลงพาหะรวมถึงกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงในพื้นที่โดยรอบ กำจัดมูลสัตว์ออกจากฟาร์มเป็นประจำหรือใช้ผ้าคลุมเพื่อป้องกันแมลงมาวางไข่ รวมทั้งกางมุ้งให้แก่สัตว์เพื่อป้องกันแมลงดูดเลือด 5.จัดตั้งเครือข่ายเฝ้าระวัง ค้นหาโรค หากตรวจพบฟาร์มที่สงสัย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอในท้องที่หรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลพบุรีในทันทีเพื่อจะได้ควบคุมโรคไม่ให้ลุกลามและแพร่กระจายออกไป

รายงานโดย : ปศุสัตว์จังหวัดลพบุรี กรมปศุสัตว์

              834859 

อธิบดีกรมปศุสัตว์ประชุมด่วนทุกหน่วยงานของกรมปศุสัตว์ หารือสถานการณ์ และเน้นย้ำให้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) ในโค กระบืออย่างเคร่งครัด

                 ​ด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประภัตร โพธสุธน ห่วงใยพี่น้องเกษตรกร กำชับให้กรมปศุสัตว์ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) ในโค กระบืออย่างเคร่งครัด พร้อมเร่งหาแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรในเบื้องต้น และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยเน้นย้ำขอให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุดโดยไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพลใดๆ
​เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2564 นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้เป็นประธานการประชุมหารือสถานการณ์ และการควบคุมโรคลัมปี สกิน ในโคกระบือ โดยสั่งการให้ปศุสัตว์จังหวัดดำเนินการตามมาตรการการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกับให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานควบคุมโรคท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของเชื้อ Covid-19 และเน้นย้ำการสื่อสารทำความเข้าใจแก่เกษตรกรในเรื่องการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรค รวมถึงการใช้วัคซีนภายในฟาร์มเนื่องจากเป็นโรคอุบัติใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และอาการของโรคที่ดูรุนแรงอาจทำให้เกษตรกรมีความตื่นตระหนก และกังวลใจ จึงต้องเร่งสื่อสารทำความเข้าใจให้ถูกต้อง ซึ่งปัจจุบันพบการรายงานการเกิดโรคแล้ว 35 จังหวัด สัตว์ป่วยจำนวน 6,763 ตัว ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้ และกรมปศุสัตว์ได้กำหนดมาตรการควบคุมโรคดังนี้
                1. ควบคุมการเคลื่อนย้ายโค กระบือ เป็นมาตรการที่สำคัญที่สุดเพื่อลดการแพร่กระจายของโรค กรณีมีความจำเป็นให้ปฏิบัติตามตามแนวทางการเคลื่อนย้ายที่กรมปศุสัตว์กำหนดอย่างเคร่งครัด
                2. เฝ้าระวังการเกิดโรคอย่างใกล้ชิด เน้นการรู้โรคให้เร็ว ควบคุมได้ทัน โรคสงบได้อย่างรวดเร็ว
                3. ป้องกัน และควบคุมแมลงพาหะนำโรค เนื่องจากเป็นโรคที่มีแมลงเป็นพาหะนำโรค จึงขอให้เกษตรกรป้องกันโดยใช้สารกำจัดแมลงทั้งบนตัวสัตว์ และบริเวณโดยรอบฟาร์ม ทั้งในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคและในพื้นที่เสี่ยง
                4. รักษาสัตว์ป่วยตามอาการ เพื่อลดความสูญเสียแก่เกษตรกร เนื่องจากเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสไม่มียาที่ใช้ในการรักษาโดยตรง ซึ่งจำเป็นต้องรักษาตามอาการโดยแบ่งการรักษาเป็น 4 ระยะ ระยะที่ 1 สัตว์ป่วยแสดงอาการมีไข้ให้ดำเนินการให้ยาลดไข้ ระยะที่ 2 เริ่มแสดงอาการตุ่มบนผิวหนัง ให้ยาลดการอักเสบ ระยะที่ 3 ตุ่มบนผิวหนังมีการแตก หลุดลอก ให้ยารักษาแผลที่ผิวหนังร่วมกับยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ระยะที่ 4 แผลที่ผิวหนังตกสะเก็ด ใช้ยารักษาแผลภายนอกจนกว่าจะหายดี
                5. การใช้วัคซีนควบคุมโรค เนื่องจากโรคลัมปี สกิน เป็นโรคอุบัติใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในประเทศไทย จึงยังไม่เคยมีการใช้วัคซีนในสัตว์สำหรับควบคุมและป้องกันโรคในประเทศมาก่อน ซึ่งการใช้วัคซีนมีความจำเป็นต้องใช้อย่างระมัดระวัง และติดตามผลหลังการใช้อย่างใกล้ชิด

                ทั้งนี้กรมปศุสัตว์อยู่ระหว่างการนำเข้าวัคซีนเพื่อใช้ควบคุมโรคในพื้นที่เกิดโรค โดยที่ lot แรกที่จะนำเข้ามาจำนวน 60,000 โด๊ส ซึ่งการนำเข้าวัคซีนจะต้องได้รับการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อยืนยันความปลอดภัยของวัคซีนที่จะใช้ในสัตว์ และขอเน้นย้ำว่าการใช้วัคซีนเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้โรคสงบได้ ต้องดำเนินการตามมาตรการทั้งหมดที่กล่าวมา

                 อธิบดีกรมปศุสัตว์ สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการตามมาตรการการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะด่านกักกันสัตว์ทุกแห่งให้เป็นหลักในการควบคุมการเคลื่อนย้าย โดยเฉพาะการลักลอบเคลื่อนย้ายจากประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเป็นการนำโรคเข้ามาเพิ่มในประเทศไทย และการลักลอบเคลื่อนย้ายภายในประเทศ ซึ่งจะทำให้โรคแพร่กระจาย และขอความร่วมมือเกษตรกรปฏิบัติตามมาตรการการควบคุมโรคเพื่อลดการแพร่กระจาย และลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น หากพบสัตว์ป่วยหรือตายโดยไม่ทราบสาเหตุ อย่านำไปจำหน่าย ให้รีบแจ้งปศุสัตว์อำเภอ อาสาปศุสัตว์ เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที เพื่อให้การช่วยเหลือและตรวจสอบโดยเร็ว และกรณีท่านยังไม่ได้รับการช่วยเหลือเบื้องต้นหรือมีข้อสงสัยสามารถติดต่อหน่วยงานดังกล่าว หรือติดต่อสำนักควบคุม ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ (สคบ.) กรมปศุสัตว์ หรือสายด่วนแจ้งโรคระบาดกรมปศุสัตว์ call center 063-225-6888 หรือแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน DLD 4.0 “แจ้งการเกิดโรคระบาด” ได้ตลอดเวลา และสามารถติดตามสถานการณ์การระบาดและองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับโรคลัมปี สกิน ได้ที่เว็บไซต์ของสำนักควบคุม ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์ หรือที่ https://sites.google.com/view/dldlsd/home

834860834864834861

 

ข้อมูล : สำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์